อ่ะ เพิ่งเปิดใหม่ เอาบทละครล่าสุดของผม "วิวาหพระสมุท" ไปอ่านฆ่าเวลาให้ผมหาสาระมายัดใส่ในblog ของผมก่อน
บทละครเรื่องนี้ผมรีบทำไปนิดนึง อาจมีข้อผิดพลาดอยู่หลายจุด และ ไม่สมบูรณ์อยู่บางจุด เพราะมันเป็นชิ้นแรกของงานนี้ -*- ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ
ฉากที่ 1
ณ เมืองอัลฟาที่ตั้งอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง โดยมีท้าวมิดัสเป็นผู้ปกครองนครแห่งนี้ ซึ่งในขณะนี้ ได้มีงานพระราชสมภพของพระราชบุตรีนาม “อันโดรเมดา” ผู้เลอโฉมแห่งเมืองอัลฟา
([ท้าวมิดัส คริสโตเฟอร์ อันโดรเมดา] .. [โยฮันนิส คอนสตันติโน๊ส ชาวเมือง] ออก) ท้าวมิดัส : เราขอขอบใจทุกๆคน ที่มาร่วมอวยพรให้ธิดาของข้าคริสโตเฟอร์ : บัดนี้ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันได้แล้วล่ะ
[ท้าวมิดัส คริสโตเฟอร์ อันโดรเมดา ชาวเมือง เข้า]
โยฮันนิส : เป็นไงล่ะเพื่อน วันนี้พระธิดาสวยกว่าทุกวันเลยนะ
คอนสตัน : ( ถอนหายใจ) ก็เหมือนกับทุกๆวันแหละน่า
โยฮันนิส : เป็นอะไรไปรึ ทำไมถึงถอนหายใจ มีเหตุอันไดรึ
คอนสตัน : ก็เรื่องความรักของข้าที่มีต่อนางอย่างไรล่ะ
โยฮันนิส : ทำไมรึ
คอนสตัน : ก็พระธิดาไม่รักฉันน่ะซี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดหรอกนะ
โยฮันนิส : แล้วปัญหาใหญ่ที่สุดของเจ้ามันคืออะไรรึ
คอนสตัน : ชายที่ชื่อ อันเดร ไง
โยฮันนิส : เจ้านี่จะหึงเกินไปหรือเปล่า อังเดรมีเชื้อเจ้าต่างเมือง เมื่อมาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ เค้าก็ต้องได้รับต้อนรับ เข้าออกวังได้บ่อย และได้พูดคูยกับเจ้าหญิงบ้างอย่างคนธรรมดา
คอนสตัน : อย่างคนธรรมดารึ ถ้าธรรมดาทำไมต้องเยี่ยมหน้าต่างคุยกัน
โยฮันนิส : อื๋อ เยี่ยมหน้าต่างคุยกันรึ
คอนสตัน : ก็ใช่น่ะสิ... อ้าว นั่นไง อันเดรมานู่นแล้ว เราแอบดูท่าทีเขาก่อน เผื่อเราจะคิดกลซ้อนแผนเขาได้บ้าง
อันเดร คือชายหนุ่มเชื้อพระวงศ์จากต่างเมืองที่ได้คบหาอยู่กับพระธิดาอันโดรเมดา ซึ่งในขณะนี้ อันเดรกำลังหาทางให้ท้าวมิดัสยกลูกสาวให้ตนอยู่ *(ตรงนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง-*-)
[อันเดร คิริล ออก คอนสตัน/โยฮันนิส หลบ] [คิริลเดินแยกออกไปดูต้นทาง]
อันเดร : น้องอันโดรเมดา จ๋า (-*-ใส่อย่างนี้ไปก่อน)
อันโดร : (เปิดหน้าต่าง) ใครมาทำเสียงดัง แถวนี้เนี่ย
อันเดร : ฉันเองจ้ะ
อันโดร : แล้วได้ความคิดอย่างไรบ้าง
อันเดร : ความคิดเรื่องอะไรล่ะ
อันโดร : ก็เรื่องของเราอย่างไรล่ะ
อันเดร : อ้อ ... ความคิดน่ะมีหลายอย่าง
อันโดร : อะไรบ้าง
อันโดร : อย่างแรก ข้าจะยกทัพเรือมาล้อมเมืองนี้ เพื่อขอเธอ แต่ไม่รู้จะนำทัพมาอย่างไร เพราะเรือของพระบิดาข้า ท่านได้เอา ไปขายเสียแล้ว
อันโดร : แล้วทำไมไม่ลองไปทูลขอฉันกับพระบิดาของตัวฉัน ตรงๆล่ะ
อันเดร : เออ ! ฉันก็ลืมนึกไป แต่เธอเชื่อหรือว่าท่านจะยอมยกหล่อนให้ข้า
อันโดร : เรื่องนั้น ฉันก็ไม่รู้ ถ้าเธอรีบไปพูดดู อาจจะสำเร็จได้กระมัง
อันเดร : ถ้าเช่นนั้นฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ
(อันโดร ออก)
คิริล : (เดินมาหาอันเดร) ฉันขอบอกท่านไว้ก่อนว่าการไปขอนางจากท้าวมิดัสนั้นคงไม่ง่ายเท่าที่คิด
อันเดร : ทำไมรึ คิริล
คิริล : ประการแรก ท้าวมิดัสเป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมาก ถ้าไม่มีอะไรต่อรอง เห็นทีคงจะยาก นอกจากจะใช้กำลังเท่านั้น ประการที่ 2 ยังมีผู้ที่ต้องการนางอยู่ด้วยอีก 1 ราย
อันเดร : ฉันรู้อยู่แล้ว แต่ฉันไม่รู้สึกว่าเขาได้เปรียบฉันเลย อย่ามัวพูดให้เสียเวลาเปล่าเลย ช่วยกันคิดหาอุบายให้ท้าวมิดัสยกลูกสาวให้เร็วๆหน่อยเถอะ
อันเดร/คิริล : (ทำท่าคิด) อืม....
....
..
คิริล : ถ้าเช่นนั้นลองใช้อำนาจขู่ดูสิ
อันเดร : แต่เราไม่มีอำนาจ
คิริล : มีสิ ก็เรือรบในอ่าวนั่นอย่างไรล่ะ
อันเดร : นั่นใช่เรือรบของเราซะที่ไหน
คิริล : ก็สมมติว่าเราไปทำสัญญา สัมพันธไมตรีกับอังกฤษ แล้วอังกฤษส่งเรือรบมาช่วยเรา เท่านี้เรือรบก็จะเหมือนกับเป็นของเราแล้ว
อันเดร : หลักแหลมนัก สมแล้วที่เป็นสหายข้า ถ้าเช่นนั้นรีบดำเนินการกันเถอะ
( อันเดร/คิริล เข้า)
ฉากที่ 2
( มาร์โค๊ส เซเลีย เต๊กหลี โยฮันนิส คอนสตันติโน๊ส ออก)
ณ โรงทานแห่งหนึ่งในเมืองอัลฟา ชาวเมืองกำลังแตกตื่นเมื่อเห็นตัวประหลาด ซึ่งนั่นก็คือชาวจีนชื่อว่า เต็กหลีที่ติดมากับเรือรบอังกฤษ
มาร์โค๊ส : นี่ตัวอะไร ทำไม่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
เต๊กหลี : ตัว อิไลล่ะ ก็คงน่ะซี
เซเลีย : อ้าว มันพูดได้ด้วยนี่
มาร์โค๊ส : นี่แกเป็นคนจริงๆรึ
เต๊กหลี : ถามอิไลอย่างนั้ง ... ถ้าไม่เป็งคงแล้วจะเป็งอิไอล่ะ...
มาร์โค๊ส : ถ้าแกเป็นคนแล้วทำไมมีหางที่หัวล่ะ
เต๊กหลี : หางที่ไหน … นี่มันผมตั่งหาก
มาร์โค๊ส : ผมอะไรมันจะยาวเป็นหาง
เต็กหลี : ลื้อไม่ลู้อิไล ไม่ลู้จักของดี
เซเลีย : นี่แกว่า แกมาจากไหนนะ
เต็กหลี : มวงจีน ตงฮั้ว
เซเลีย : หา เมืองตีน มาจากดง -*-
คนอื่นๆ : มาจากดง ... ก็คนป่าน่ะสิ
เต็กหลี : คนป่าที่ไหน โง่แท้ๆพวกลื้อ อั๊วมาจากทิเลตั่งหาก
มาร์โค๊ส : เอ๊ะ... ถ้าเช่นนั้นก็เป็นผีทะเลน่ะสี
(ฮือฮา-*-)
ชาวบ้านคนหนึ่ง : ทุกคนระวังนะ! ฉันได้ยินมาจากปู่ย่าตายาย ว่าถ้าเมื่อไรจะมีภัยมายังเมืองเรา จะมีผีขึ้นมาจาก ทะเล
(ฮือฮา-*- แล้วทุกคนถอยออกห่างเต๊กหลี)
เต๊กหลี : (พูดกับตัวเอง) โง่แท้ๆ อ้ายพวกนี้ อย่างนี้หลอกสิหนุก (พูดกับชาวบ้าน) เฮ้ย อ้ายพวกนี้ ลู้จักข้าไหม ข้าคือเจ้าทิเล พวกลื๊อต้องเอาหมูเห็กเป็กไก่มาให้อั๊วกิง ไม่งั้งอั๊วจิกิงพวกลื้อ
ชาวบ้าน : เจ้าประคุณ อย่าเพิ่งโกรธเลย ลูกจะหาเครื่องเส้นมาให้ เชิญมาทางนี้เจ้าข้า
(ชาวบ้าน เต๊กหลี ออก )
มาร์โค๊ส : ฉันว่าท่าไม่ดีแล้วนะ ทำอย่างไรดีล่ะเซเลีย
เซเลีย : ฉันว่าควรเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับแหม่มอังกฤษคนนั้นดูนะ
มาร์โค๊ส : ก็ดีนะ ท่านแมรี่เป็นคนที่มีความรู้มาก บางทีเค้าอาจจะแก้ไขปัญหานี้ได้
เซเลีย : แล้วจะชักช้าอยู่ทำไมล่ะ ไปหาแหม่มคนนั้นกันเถอะ
( มาโค๊ส เซเลีย เข้า)
ว่าแล้วมาร์โค๊สและเซเลียจึงไปหาแหม่มอังกฤษที่ชื่อแมรีซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของพระธิดาอันโดรเมดา เพื่อเล่าเรื่องของชาวจีนให้ฟัง ส่วนทางด้านโยฮันนิสและคอนสตันติโน๊ส
โยฮันนิส : ข้าคิดออกแล้ว!!
คอนสตัน : อะไรรึ
โยฮันนิส : อุบายที่จะซ้อนกลของอันเดรอย่างไรล่ะ
คอนสตัน : อย่างไรล่ะ
โยฮันนิส : เราก็ยุยงให้พลเมืองกลัวผีทะเลนั่น เพราะเวลานี้ก็ครบกำหนด 100 ปีที่พระสมุทรจะมาทวงส่วย
แล้วก็จะให้ท่านลุงคริสโตเฟอร์ที่เป็นบาทหลวงทูลเจ้าเมืองว่าต้องจัดพิธีวิวาห์ของพระสมุทรกับ พระธิดาโดยนำพระธิดาลอยลงทะเลตามแบบที่ทำมาแต่โบราณ
คอนสตัน : ถ้าเช่นนั้น หล่อนก็จมน้ำตายเท่านั้นเองสิ!!
โยฮันนิส : ฟังให้จบก่อนสิ พอใกล้จะถึงฤกษ์พิธี ลุงของฉันก็จะไปทูลเจ้าเมืองว่าฝันถึงพระสมุทรได้มาบอก ให้นำหล่อนไปแต่งงานกับผู้ที่พระสมุทรจัดให้มาเป็นผัวนางแทนตัว เป็นอันใช้ได้
คอนสตัน : ความคิดดีนี่!! ถ้าเช่นนั้นรีบไปทำตามแผนกันเถอะ
( คอนสตัน โยฮันนิส เข้า )
ฉากที่ 3
หลังจากที่มาร์โค๊สและเซเลียเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แมรีฟัง ทุกคนจึงช่วยกันหาทางแก้ไข
แมรี : อืม.... เรื่องนี้มันก็กระไรๆอยู่ แล้วพลเมืองเขาเชื่อถือในเรื่องนี้มากเลยรึ
มาร์โค๊ส : ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกผู้ใหญ่ที่เขาเชื่อกันน่ะครับ
เอนเลน : ถ้าท่านไม่ช่วยแก้ไขเรื่องนี้เห็นที่จะไม่ได้การ
โซเฟีย : พระธิดาคงจะถูกจับ ทำพิธิวิวาห์กับพระสมุทรแน่ๆ
แมรี : พิธีวิวาห์กับพระสมุทร? เขาทำกันอย่างไรรึ
เอเลน : ตามที่ดิฉันทราบมา คือให้องค์หญิงแต่งชุดขาวเหมือนเจ้าสาว แล้วแห่ลงทะเลในวันน้ำขึ้นมากที่สุด แล้วเอาตัวนั่งไว้กับเก้าอี้ จนน้ำทะเลขึ้น พาเอาเก้าอี้ลอยไปในทะเล เป็นอันว่าเจ้าหญิงได้แต่งงานกับเจ้าสมุทรแล้ว
แมรี : ถ้าเช่นนั้นไม่จมน้ำตายรึ
โซเฟีย : ก็แล้วแต่คลื่นลม ถ้าคลื่นลมแรงก็ช่วยไม่ได้ แต่ถึงช่วยขึ้นมาได้นางก็จะแต่งงานกับใครไม่ได้อีก
แมรี : ถ้าเช่นนั้น ต้องรีบหาทางแก้ แต่ฉันก็ยังนึกไม่ออก ถ้าได้ใครสักคนเป็นที่ปรึกษาก็คงจะดี
เอเลน : น่าจะเป็นคนที่มีสติปัญญาดี เช่น นาวาเอกที่นำเรือรบมาที่อ่าว ... อ๊ะ นั่น กำลังผ่านมาทางนี้พอดี
( ทหารเรือทั้งหมดออก ) ….. เว้นไว้ ใส่ฉกเปิดตัวทหารเรือ -*- .....
...
.
ไลออน : อ้อ! ท่านคงเป็น มิสแมรี ริดเด็ลล์
แมรี : ถูกแล้วล่ะ
ไลออน : ฉันมีความยินดีมากที่ได้พบหล่อน ฉันชื่อนายนาวาเอก เอ็ดเวิร์ด ไลออน และนายทหาร2นายนี้คือ นายเรือเอกวอเตอร์ส และนายเรือโท วอลลิส (เอ่ยชื่อใคร ให้คนนั้นก้าวออกไปจับมือแมรี) แต่เมื่อกี้เห็นว่าเธอมีเรื่องที่ไม่สบายใจบางอย่าง บอกฉันได้รึไม่
แมรี : เรื่องค่อนข้างจะยืดยาว ดิฉันจึงขอกล่าวแต่ปลายเหตุเสียก่อน คือตั้งแต่เกิดเรื่องประหลาดคือพวกพลเมืองลือกันว่ามีผีขึ้นมาจากทะเล
ไลออน : เอ๊ะ! หวังว่าคงไม่เกี่ยวกับทหารของฉันนะ
แมรี : คงไม่ใช่ เพราะผีที่เขาว่ามีหางที่หัว
ไลออน : อ้อ ! สงสัยจะเป็นคนใช้ของฉันที่ติดเรือมาจากเมืองจีน
แมรี : ที่พลเมืองเห็นคนใช้ของท่านเป็นตัวประหลาดเพราะไม่เคยเห็นคนจีนมีหางที่หัว
ไลออน : ชั้นบอกมันหลายครั้งแล้วว่าให้ตัดเปีย มันก็ไม่ยอมตัด แล้วมันมาวุ่นวายอะไรภายในเมืองละ
แมรี : มาตั้งตัวเป็นผู้วิเศษอะไรใหญ่โตทีเดียว
ไลออน : ไม่ได้การ ไอ้นี่ขึ้นบกที่ไหนก่อเหตุที่นั่น ใครไปตามมันสัก 2 คนเถอะ
(ทหาร 2 คนก้าวออกมาจากแถว)
แมรี : มาร์โค๊ส ช่วยพาทหารไปทีเถิด
มาโค๊ส : ได้สิแหม่ม เอ้า ! ไปกันเลยนะ
( มาโค๊ส /ทหาร เข้า)
ไลออน : ทหารพักแถวได้
วอเตอร์ส : พักแถว!!
ไลออน : ได้ข่าวว่าวันนี้เป็นวันประสูติของเจ้าหญิงมิใช่รึ
แมรี : ค่ะ เมื่อตอนบ่ายได้ทำพิธีสวดมนต์ไปแล้ว ค่ำวันนี้จะมีงานเลี้ยงในวัง ถ้าเจ้าเมืองทราบคงจะชวนคุณเป็นแน่
ไลออน : ถ้าพวกทหารถูกเชิญด้วยก็คงจะดี เพราะนานแล้วที่พวกนั้นไม่ได้กินของดีๆ
แมรี : ถ้าเช่นนั้น เอเลน โซเฟีย ฉันวานไปทูลเจ้าหญิงให้ทราบทีเถิด
(เอเลน โซเฟีย เข้า )
ไลออน : เอ้อ ฉันขออภัยในการที่จะถามอะไรสักอย่างหนึ่ง นี่ท่านได้จากบ้านมานานแล้วรึ
แมรี่ : ซักสามปีแล้วล่ะ
ไลออน : แล้วไม่คิดถึงบ้านบ้างรึ
แมรี : ก็ต้องคิดถึงสิคะ แล้วคุณล่ะ ออกเรือไปเสียนานๆ ไม่คิดถึงบ้างหรือ
ไลออน : ทำไมจะไม่คิดถึงล่ะท่าน นานๆทีจะได้กลับบ้านสักหน
แมรี : ถ้าเช่นนั้นดิฉันกับท่านก็เห็นใจกันน่ะสิ
ไลออน : เห็นที คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง
( เอเลน ออก )
แมรี : ท่านเจ้าเมืองเสด็จมาต้อนรับผู้บังคับการเรือค่ะ
ไลออน : อย่างนั้นรึ – ทหาร!! แถว!! (ทหารจัดแถว)
(ท้าวมิดัส ออก)
ท้าวมิดัส : โอ้!! ข้าขอต้อนรับ เหล่าทหารหาญทุกคน ในวันนี้จะมีงานเลี้ยงในวัง ข้าขอเชิญพวกท่านร่วมงานเลี้ยง กินกันให้อิ่มหนำสำราญเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ
ไลออน : ข้าขอขอบพระทัย ท่านเจ้าเมืองมาก
( คริสโตเฟอร์ ออก)
คริส : ท่านเจ้าเมือง ตอนนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าสมุทรมาทวงส่วย ท่านควรจะต้องจัดพิธีวิวาห์พระสมุทรกับเจ้าหญิง
แมรี : นี่ท่านเอาอะไรมาพูด
คริส : ถึงท่านไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ท่านไม่ควรลบหลู่ดูหมิ่นคำโบราณ
ทหารเรือ : ฮ่ะๆๆ นี่แกเพ้ออะไรของแกน่ะตาแก่ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน
คริสโตเฟอร์ : เราเตือนท่านแล้ว ...
ฉากที่ 4(คริสโตเฟอร์ ชาวบ้าน ออก)ต่อมาไม่นานได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้น พลเมืองต่างพากันกังวลว่า สิ่งที่บาทหลวงคริสโตเฟอร์พูดไปเป็นจริงหรือไม่ เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ท้าวมิดิสจึงต้องจำใจที่จะจัดพิธีวิวาห์พระสมุทรขึ้น ซึ่งนั่นก็เข้าทางอุบายของโยฮันนิสและคอนสตันติโน๊สพอดี
คริส : พลเมืองทั้งหลาย จงฟังคำของข้า ผู้เป็นอาจารย์เถิด สิ่งที่ข้าพูดนั้น เพราะหวังดีกับพวกเจ้าทุกคน พวกเราไม่ควรดูหมิ่นคำโบราณที่ปู่ย่าตายายเราเคยเล่าให้ฟัง ถ้าไม่เป็นความจริงแล้ว เขาจะให้เราจดจำไปทำไม ที่แห่งนี้บรรพบุรุษของเราได้ขอเช่าที่พระสมุทรอาศัยอยู่ เมื่อถึงเวลาทวงส่วย เราจะอวดดีฝ่าฝืนมิได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ ในตอนนี้คือสวดมนต์อ้อนวอนขอพระเจ้าในคุ้มครองเราจากภัยอันตรายทั้งปวง..
(ทั้งหมดนั่งคุกเข่า สวดมนต์ .. แล้วชาวบ้าน เข้า )
( โยฮันนิส คอนสตันติโน๊ส ออก)
โยฮันนิส : ใกล้จะสำเร็จเข้าไปทุกทีแล้วนะท่านลุง
คอนสตัน : คนเชื่อข้างเรามากก็จริงอยู่ แต่อย่าลืมว่ายังมีคนไม่เชื่ออยู่บ้าง
คริส : และลุงก็คิดว่าตัวกีดขวางสำคัญคือแหม่มอังกฤษคนนั้น เพราะแหม่มเป็นคนที่มีความรู้มาก
โยฮันนิส : ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อท่านเจ้าเมืองได้ลั่นวาจาว่าจะยอมจัดพิธีแล้ว คงจะเปลี่ยนใจได้ยากแล้วล่ะ ข้อสำคัญตอนนี้ต้องคอยระวังไม่ให้ชาวเมืองเปลี่ยนใจเท่านั้น และตอนนี้ข้าได้นัดไอ้ตัวประหลาดที่เห็นในโรงทานให้มาพบกันที่นี่พื่อนำมาเข้าผนของเรา อ้อ!! นั่นไง มาแล้ว
เต๊กหลี : อั๊วมาเลี้ยว แล้วจาห้ายอั๊วทำอิไลล่ะ
คอนสตัน : มันพูดไม่ชัดอย่างนี้ แล้วจะพูดกับมันรู้เรื่องรึ
เต๊กหลี : ไคอยากพูกกะลื้อ ลื้อทิลึ่งเข้ามาพูกทำอิไล
โยฮันนิส : เอาน่า แกมาพูดกับฉันดีกว่า แกอยากได้เงินไหมล่ะ 100 เหรียญ
เต๊กหลี : อยากได้ซี ทำไลจิไม่อยากได้ ไหนล่ะเงิง เอามาซี
โยฮันนิส : เงินน่ะได้แน่ แต่แกต้องทำอะไรให้ฉันอย่างนึงก่อน
เต๊กหลี : แล้วทำอิไลล่ะ
โยฮันนิส : เย็นๆ วันนี้จะมีแห่ผู้หญิงลงทะเล และเมื่อฉันพยักหน้าแกก็เดินออกมาชี้ไปที่คนนั้น (ชี้ไปทางคอนสตัน) แล้วพูดว่า “คอนสตันติโน๊ส”
เต๊กหลี : อิไลนะ คนตั๋งตีนนก!!
โยฮันนิส : ไม่ใช่ !! ถ้าเช่นนั้นแกชี้เฉยๆก็ได้
เต๊กหลี : อิไล แค่ชี้ไล้ล้อยเหลียงแล้วหลือ แล้วเมื่อไหล่มาพบกัน?
โยฮันนิส : พอเห็นขบวนแห่มาก็มาเลย
เต๊กหลี : เข้าใจเลี้ยว งั้งอั๊วไปก่องนา
ฉากที่ 5
(อันเดร คิริล)ส่วนทางด้านอันเดรนั้นก็กำลังหาทางแก้ไขเรื่องนี้ โดยนัดพบกับท่านเจ้าเมืองเพื่อที่จะปรึกษาหาทางแก้ไข
คิริล : ท่านทนได้เหรอที่จะเห็นเจ้าหญิงตาย
อันเดร : ข้าว่าท่านเจ้าเมืองคงคิดแผนการที่จะช่วยให้เจ้าหญิงตายไว้แล้วล่ะ อ๊ะ นั่นอย่างไร ท้าวมิดิสมาโน่นแล้ว
(ท้าวมิดัส มหาดเล็กออก)
ท้าวมิดัส : (พูดกับมหาด) คอยดูต้นทางไว้ อย่าให้ใครได้ยินขณะที่ฉันสนทนากัน.
อันเดร : แล้วตอนนี้ได้ความว่าอย่างใดแล้วบ้างครับ
ท้าวมิดัส : ฉันได้วานแหม่มริดเด็ลล์ไปหาผู้บังคับการเรือรบอังกฤษ เพื่อเชิญพวกทหารเรือขึ้นมาช่วยงานด้วย โดยที่ข้าหวังว่าพวกอังกฤษคงไม่นิ่งดูดาย ให้ผู้หญิงจมน้ำตายไปต่อหน้าต่อตาแน่นอน และอีกประการหนึ่ง หวังว่าพลเมืองคงไม่กล้าที่จะโต้แย้ง เพราะถ้าจะเถียงก็ต้องเถียงกับปืนของทหาร
อันเดร : ดำริของท่านดูจะรอบคอบอยู่มาก ... แต่ เอ๊ะ!! ถ้าเช่นนั้น ถึงจะช่วยเจ้าหญิงได้ แต่นางก็แต่งงานกับข้าไม่ได้อีกน่ะสิ
มิดัส : ถูกแล้ว
อันเดร : แล้วกัน!!
มิดัส : แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะหลานชาย เพียงปํญญาของข้าผู้เดียว ข้าก็คิดได้แค่นี้แหละ
อันเดร : ไม่รู้ล่ะ ถ้าท่านไม่หาทางแก้ไข ข้าจะไปหาแตรที่เสียงแตกๆ มาเป่ารอบวังให้หูแตกกันไปข้างนึงเลย (อะไรของมัน -*- ไม่เข้าใจ)
มิดัส : ฉันจะรับประกันได้อย่างไร นี่ก็สุดความสามารถของข้าแล้ว พ่อคุณก็อย่าด่วนตัดสินใจเลย สงสารหูคนแก่เถอะ (แน๊...กลัวด้วย -*-)
....
มหาดเล็ก : (คุยกับมิดัส)แหม่มอังกฤษและทุกคนมาแล้วค่ะ
(แมรีคู่ไลออน วอเตอร์สคู่เอเลน วอลลิสคู่โซเฟีย ตามด้วยเต๊กหลี ออก)
มิดัส : (คุยกับแมรี) ตกลงเป็นอย่างไรบ้าง
แมรี : ท่านไม่ต้องวิตก พวกดิฉันได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว
มิดัส : แต่บัดนี้มีเหตุขัดข้องอีก 1 ข้อแล้ว คือ ถึงจะเคราะห์ดีรอดมาได้ แต่ก็จะแต่งงานไม่ได้อีก
ไลออน : แล้วไม่มีทางผ่อนผันให้เลยหรือครับ
มิดัส : ตามคำโบราณมีบอกไว้ ถ้าพระสมุทรจัดผู้หนึ่งให้แต่งงานแทนตัวพระสมุทรเอง ก็จะยกให้ผู้นั้น
ไลออน : ไอ้บ๋อยผมของผมคนนี้ (ผายมือไปทางเต๊กหลี) เล่าให้ฟังว่ามีตาแก่หนวดยาวคนหนึ่งกับชายหนุ่มอีก 2 คน บอกให้มันไปชี้ผู้ชายคนหนึ่งในพิธี เห็นว่าชื่อ...
เต๊กหลี : คนตั๋งตีนนก อีว่ามาอย่างลี้
มิดัส : อืม ตาแก่นั่นคงหมายถึงคริสโตเฟอร์ แล้วไอ้คนตั๋งอะไรนี่ คงจะหมายถึงคอนสตันติโน๊สเป็นแน่
อันเดร : แสดงว่าแผนของพวกนั้นคือสมมติตัวว่าเป็นตัวแทนพระสมุทรเพื่อจะแต่งงานกับเจ้าหญิง (หันไปทางไลออน) แล้วท่านไม่มีแผนที่จะซ้อนกลพวกนั้นหรือ
ไลออน : แผนน่ะ ข้าพเจ้ามีอยู่แล้ว แต่จะเฉลยตอนนี้จะไม่สนุก เอาเป็นว่าท่านเชิญไปกับเต็กหลี และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เตรียมไว้ให้ แล้วข้าพเจ้าจะเล่าแผนให้ฟังทีหลัง (หันไปทางเต๊กหลี) เต๊กหลี!! พาท่านผู้นี้ไป
(เต๊กหลี อันเดร คิริล เข้า)
มิดัส : ข้าขอขอบใจท่านมาก เอาล่ะข้าขอตัวไปเตรียมการเรื่องพิธีก่อน
( มิดัส ออก ทุกคนที่เหลือยกเว้นแมรีและไลออน หลบไปหลัง)
ไลออน : ถ้าอุบายของเราสำเร็จ เจ้าหญิงก็จะแต่งงาน แล้วเธอจะหมดหน้าที่ใช่ไหม
แมรี : ถูกแล้ว
ไลออน : ถ้าเช่นนั้น จะทำอะไรต่อไป กลับบ้านเธอรึ
แมรี : กลับไม่ได้หรอก ความจริงแล้ว พ่อของฉันมีภรรยาใหม่ และภรรยาใหม่ของพ่อไม่ชอบฉัน
ไลออน : ถ้าเช่นนั้นมาสร้างบ้านของท่านเองไม่ดีกว่าหรือ ไม่ต้องใช้เงินเลย ขอเพียงเธอตอบ “ตกลง” กับผมเท่านั้นก็พอแล้ว
แมรี่ : ตกลงอะไร?
ไลออน : เธอก็ทำเป็นไขสือไปได้ ฉันได้พูดจาวิงวอนมาหลายวันแล้วขอให้หล่อนเมตตาต่อฉัน
(ไลออนคุกเข่า) ชั่วชีวิตที่ฉันได้ล่องนาวามาไกลเพื่อตามหาสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต จนมาถึงที่แห่งนี้ และฉันก็ได้มาพบกับเธอ ฉันจึงได้รู้ว่าสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตคือ “เธอ” แมรี ... แต่งงานกับฉันนะ
( แมรี อาย แล้วหันมาพยักหน้าให้)
ไลออน : วอเตอร์ส! วอลลิส! แมรีเขายอมรับฉันแล้ว มาช่วยกันแสดงความยินดีหน่อย!!
( วอเตอร์ส คู่เอเลน วอลลิสคู่โซเฟีย ออก)
เอเลน : ยินดีด้วยนะคะ จะได้เป็นเจ้าสาวแล้ว
วอเตอร์ส : ถ้าเช่นนั้นผมขอพรสำหรับตัวผมกับเอเลนด้วย
วอลลิส : และผมขอพรตัวผมกับโซเฟีย
ไลออน : ฉันยินดีให้พรด้วยความเต็มใจเลย!
แมรี : โอ๊ะ!! นี่ก็ไกล้เวลาพิธีจะเริ่มแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปทำธุระของตัวเองก่อนเถอะ
ไลออน : ถ้าเช่นนั้นพวกฉันขอตัวเลยละกัน
(ทั้งหมด เข้า)
ฉากที่ 6
ในที่สุดก็จวนจะได้เวลาฤกษ์ที่จะทำพิธี ซึ่งไลออนและพลทหารก็อยู่ในพิธีด้วยเช่นกัน
คริส : ฉันมีความยินดีที่ท่านนำทหารขึ้นมาช่วยในพิธีสำคัญของเกาะนี้ (ทำท่าจะจับมือกับไลออนแต่ไลออนไม่จับด้วย)
ไลออน : ฉันก็ยินดีเหมือนกันที่ฉันมีโอกาสได้ดูพิธีนี้ เพราะฉันเกี่ยวข้องกับพระสมุทรมาก
คริส : เกี่ยวข้อง! อย่างไร..
ไลออน : เพราะ ราชนาวีเป็นผู้ครองทะเลอยู่ทั่วไปจึงได้ใกล้ชิดกับพระสมุทรอย่างไรล่ะ (คริส ทำหน้าไม่พอใจ)
(ขบวนแห่ ออกมา ก และอันโดรเมดาแต่งชุดขาวล้วน)
มิดัส : เวลานี้พร้อมแล้ว เตรียมขบวนแห่นำเจ้าหญิงลงทะเล
ไลออน : ข้าก่อนขอรับ
คริส : ขอโทษที่เถิดท่าน แต่เวลานี้ไม่เหมาะที่จะกล่าวอะไรแล้วนะ
มิดัส : เอ้า! ท่านไลออน ท่านจะกล่าวอะไรก็กล่าวเถิด
ไลออน : ข้าพเจ้าเห็นว่าพิธีนี้ควรทำพอเป็นเคล็ดเท่านั้น ไม่ควรถึงกับให้เสียชีวิตมนุษย์
มิดัส : ท่านคริสโตเฟอร์ ท่านมีความเห็นอย่างไร
คริส : ข้าว่าให้ผู้ที่คัดค้านหาอุบายมาแก้ไขเองจะเหมาะสมกว่า
ไลออน : ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ขัดข้อง ทหาร!!
(ทหาร2คนจับตัวคริสโตเฟอร์)
คริส : นี่มัน ... อะไรกัน!!
ไลออน : พาตัวไปลงเรือให้ผู้คุมขังเอาไวในห้องขัง เอาตรวนใส่ไว้ด้วย พอถึงเวลาน้ำท่วมถึงเจ้าหญิง เอาตาแก่นี่โยนลงไปในทะเลเสียทั้งตรวนเลย
คริส : ฉันไม่มีความผิดเลย จะฆ่าฉันทำไม
ไลออน : แล้วที่แกจัดพิธีที่เสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหญิง เจ้าหญิงมีความผิดอย่างนั้นหรือ!!
มิดัส : ท่านคริสโตเฟอร์จะคิดอะไรก็คิดเสียเถิด เพราะมันจะเลยฤกษ์พิธีเสีย
คริส : อ... เอ่อ... ยังมีวิธีอื่นแทนการแห่เจ้าหญิงลงทะเล คือให้พระสุมทรดลใจให้ผู้หนึ่ง ชี้ตัวผู้แทนพระสมุทรและให้เจ้าหญิงแต่งงานด้วย
ไลออน : แล้วมัวรออะไรอยู่ ก็รีบร่ายมนต์อะไรของแกสิ
( คริสโตเฟอร์ ทำปากขมุบขมิบร่ายมนต์ แล้วเต๊กหลีก็ออกมา)
เต๊กหลี : (ชี้ไปทางคอนสตันติโน๊ส) คนตั๋งตีนนก!!
คริสโตเฟอร์ : ดูก่อนท่านทูต ท่านได้ถูกพระสมุทรใช้ให้มาชี้ตัวผู้แทนใช่ไหม
เต๊กหลี : ป่าว ก็อ้ายคนตั๋งมันบอกให้ข้ามาแล้วอีจะให้เงิงอั๊ว อั๊วก็มาน่ะซี
(พลเมืองซุบซิบ)
คอนสตัน : อะไรของเจ้า เงินทองอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง
ไลออน : พอได้แล้ว เถียงกันกันก็ไม่เป็นประโยชน์ สรุปว่านายคนนั้น (ชี้ไปที่คอนสตันติโน๊ส) ไม่ใช่ผู้แทนพระสมุทร
คริส : แล้วจะให้ใครเป็นผู้ชี้ตัวแทนพระสมุทรเล่า
ไลออน : ข้าพเจ้าเอง เพราะอย่างที่ข้าบอกไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มพิธีว่าราชนาวีก็เปรียบว่าเป็นพระสมุทร เพราะราชนาวีครองทะเลอยู่ทั่วไป จริงไหม ท่านเจ้าเมือง
มิดัส : ข้าก็เห็นด้วย เพราะในที่ประชุมนี้ ไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าท่านอีกแล้ว
ไลออน : ถ้าเช่นนั้น ข้าจะขอนำตัวผู้แทนพระสมุทรมาในที่นี้เลยก็แล้วกัน เต๊กหลี!! ไปตัวมา
(เต๊กหลีเดินเข้าไปลากรถลากมา โดยมีอันเดรซ่อนอยู่ในรถลากยังไม่โผล่ให้ผู้ชมเห็น
มิดัส : นี่มันอะไร ไหนล่ะตัวแทนที่เจ้าว่า ไม่เห็นมีเลย
คริสโตเฟอร์ : สงสัยจะหนีลงทะเลไปแล้วกระมัง ฮ่าๆๆ
ไลออน : อ้าว หายไปไหนแล้วล่ะ แต่ไม่เป็นไร เรียกกับมาใหม่ได้ (ปิดม่านรถลาก ... โอม... เชื้อวงษ์ของพระสมุทรจงปรากฏแก่ตาที่ประชุมอย่าได้ช้าเลย เพี้ยง!! (เปิดม่านรถม้า อันเดรโผล่ออกมาในชุดราชนาวี)
คริส : นึกว่าใคร ที่แท้ก็อันเดรนี่เอง ไหนบอกว่าเชื้อวงษ์พระสมุทร ฉันไม่เห็นว่าเธอจะไปเป็นญาติสนิทสนมอะไรกับพระสมุทรไปกว่าคอนสตันติโน๊สเลย
อันเดร : ทำไมจะไม่สนิทกว่า ดูที่เครื่องแต่งกายของฉันก่อน ฉันเป็นราชนาวีผู้มีอำนาจในทะเลเหมือนกัน
คริส : ถึงอย่างไร ข้าก็ยอมรับไม่ได้!!
ไลออน : งั้นรึ ท่านหัวหน้านักบวช .... ทหาร!!!
โยฮันนิส : (ห้ามทหาร) ช้าก่อน!! ท่านลุงเราเสียท่ารอบตัวแล้ว จะดื้อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ยอมไว้แค่นี้เถิดลุง
คริสโตเฟอร์ : (พูดกับไลออน) ข้ายอมแล้ว ว่าผู้ที่จะเป็นตัวแทนพระสมุทรคืออันเดร
มิดัส : พลเมืองทั้งหลาย! พวกท่านเห็นชอบด้วยหรือไม่!!
พลเมือง : ดีแล้ว!!
มิดัส : ถ้าเช่นนั้นเราขอประกาศว่า เรายกนางอันโดรเมดาให้แก่อันเดร เพื่อเป็นคู้ครองกันต่อไป
พลเมือง : ไชไย!!!
แล้วทุกคนก็อยู่กันอย่างสงบสุขเรื่อยมา เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้
The End
By : sweetJL